หมาเชอร์โนบิลไม่เหมือนหมาทั่วไป! 40 ปีหลังหายนะนิวเคลียร์ นักวิทย์อาจรู้แล้วว่าทำไมพันธุกรรมพวกมันต่างออกไป
ไม่ใช่การกลายพันธุ์จากรังสีอย่างที่หลายคนคิด แต่อาจเป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติ ที่ทำให้หมาซึ่งมียีนเหมาะกว่าอยู่รอดมา
เมื่อโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดเมื่อ 26 เมษายน 1986 ชาวบ้านต้องอพยพอย่างเร่งด่วน หลายครอบครัวต้องทิ้งสัตว์เลี้ยงไว้ข้างหลัง ต่อมามีเจ้าหน้าที่ถูกส่งเข้าไปกำจัดสัตว์ที่เหลือ แต่ก็มีสุนัขจำนวนหนึ่งรอดมาได้ และขยายพันธุ์ต่อเนื่องจนทุกวันนี้มีหลายร้อยตัวในเขตหวงห้าม
สุนัขเหล่านี้สืบทอดมาแล้วกว่า 30 รุ่น งานวิจัยปี 2023 พบว่าหมาที่อาศัยใกล้โรงไฟฟ้ามีพันธุกรรมต่างจากหมาในเมืองเชอร์โนบิลที่อยู่ห่างออกไปแค่ราว 16 กิโลเมตรอย่างชัดเจน คำถามคือทำไม
หลายคนคิดว่าคำตอบคือรังสีทำให้กลายพันธุ์ แต่งานวิจัยปี 2024 ของทีมเดียวกันไม่พบหลักฐานแบบนั้น ล่าสุดทีมของเมแกน ดิลลอน จากมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาสเตต จึงวิเคราะห์จีโนมทั้งหมดของสุนัข 106 ตัวที่เก็บตัวอย่างระหว่างปี 2018 ถึง 2019 เพื่อดูว่าความต่างมาจากการคัดเลือกตามธรรมชาติ หรือแค่ความบังเอิญในประชากรที่ถูกตัดขาด
ผลคือความต่างไม่น่าเกิดจากความบังเอิญอย่างเดียว ทีมพบร่องรอยกระจุกอยู่ในบางบริเวณของจีโนม ใกล้ยีนที่เกี่ยวกับมะเร็ง การทำงานและซ่อมแซมเซลล์ โรคติดเชื้อ และภูมิคุ้มกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่อาจช่วยให้อยู่รอดในสิ่งแวดล้อมที่มีสารพิษ
แปลง่าย ๆ คือ หลังหายนะ หมาบางตัวอาจมียีนที่ได้เปรียบอยู่แล้ว เช่น ต้านมะเร็งได้ดีกว่าหรือภูมิคุ้มกันดีกว่า จึงรอดและส่งต่อยีนนั้นให้ลูกหลานรุ่นแล้วรุ่นเล่า ไม่ใช่ว่ารังสีเปลี่ยนยีนของพวกมัน
นักวิจัยเองก็ยังไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นการคัดเลือกตามธรรมชาติจริง บอกได้แค่ว่าร่องรอยในจีโนม “ชี้ไปทางนั้น” และต้องศึกษาต่อ แต่หมาเชอร์โนบิลก็เป็นโอกาสหายากที่จะได้เห็นว่าสิ่งมีชีวิตปรับตัวกับสภาพแวดล้อมสุดโหดอย่างไร